Subscribe to be notified of new posts.

or

Become a free member to use the forums to ask for free advice.

ความแก่ชรา และสเต็มเซลล์​

Updated: Oct 19, 2020



ใน ทศวรรษที่ผ่านมาการรักษาด้วยสเต็มเซลล์เป็นที่ได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก วันนี้เราได้รวบรวมแหล่งข้อมูล update ต่างๆ มาเพื่อให้ผู้อ่าน ได้รับรู้ถึงความก้าวหน้าทางวิทยาการ ความหวังในการรักษาในอนาคต ความปลอดภัยในการรักษา

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม click

สเต็มเซลล์อนาคตในการรักษาโรค

ที่มา The Promise of Stem Cell Therapy | Neil Neimark, MD | TEDxAshland

Medical Education - Ohio State Univ School of Medicine (Medical Doctor)


ผมขอเริ่มจากการถามคำถามพวกคุณก่อน

ในที่นี้มีกี่คนที่เคยได้รับบาดเจ็บ

ถ้าคุณเคยหกล้ม ข้อเท้าแพลง หลังเจ็บ กระดาษบาดนิ้ว อะไรทำนองนี้

กรุณายกมือขึ้น และยกค้างไว้สักครู่ ...ดีมาก


ใครที่การบาดเจ็บเหล่านั้นหายแล้ว เอามือลงได้

ใครที่ยังทรมานกับการบาดเจ็บเหล่านั้นเรื้อรัง ขอให้ยกมือค้างไว้ต่อไป

ดีมาก ตอนนี้เอามือลงได้ทั้งหมด

ทุกคนที่หายดีแล้วจากอุบัติเหตุที่กล่าวมาทั้งหมด นั้นคือคุณได้เห็นความสามารถในการรักษาของสเต็มเซลล์ เพราะว่าการฟื้นฟูรักษาของเนื้อเยื่อทุกอย่างในร่างกาย คือผลงานการทำงานของสเต็มเซลล์ และจากที่นายแพทย์​ Harry Andelson ผู้เชี่ยวชาญด้านเต็มเซลล์ ได้กล่าวไว้ว่า " ทุกครั้งที่คุณมีการฟื้นฟูหลังการบาดเจ็บ นั้นคือการทำงานของสเต็มเซลล์​"


สำหรับทุกคนที่ยังมีปัญหาเรื้อรังจากการบาดเจ็บก่อนหน้านั้น เหตุผลก็คือ คุณมีสเต็มเซลล์ไม่พอ หรือสเต็มเซลล์ที่คุณมีนั้นทำงานอย่างไม่เหมาะสม


อย่างไรก็ตาม นี่คือข่าวดี มีส่วนอื่นของร่างกายของคุณที่มีสเต็มเซลล์อยู่ในปริมาณมาก และทำงานได้เป็นอย่างดี ตัวอย่างเช่น ไขกระดูก หรือเซลล์ไขมัน มีใครในที่นี้มีไขมันเกินที่อยากกำจัดออกไหมครับ พวกเราทุกคน อยากกำจัดไขมันออกไปทั้งนั้น


และเราสามารถเก็บสเต็มเซลลืได้จากเซลล์ไขมันเหล่านั้น และนำสเต็มเซลล์ที่ได้มาปลูกถ่ายลงในบริเวณของร่างกายที่ขาดสเต็มเซลล์เพื่อให้การฟื้นฟูเกิดขึ้น


และนี่คือแก่นของ รีเจนเนอเรทิฟ เมดดิซิน หรือ การรักษาโดยการฟื้นฟู​


ใช้สเต็มเซลล์จากร่างกายคุณ หรือ สเต็มเซลล์จากผู้อื่นเช่นสะเต็มเซล์จากสายสะดือ หรือน้ำคร่ำจากเด็กที่คลอดอย่างสุขภาพดี ตามธรรมชาติ เพื่อกระตุ่นการซ่อมแซมและการฟื้นฟูของร่างกาย


ในฐานะที่ผมเป็นแพทย์มานานกว่า 35 ปี ผมได้เห็นผลลัพท์ที่ดีของการรักษาด้วยสเต็มเซลลืในการทำงานของผม และทั้งจากในงานวิจัย และผมเชื่อว่า ความก้าวหน้าของการรักษาในอนาคตจะไม่ได้มาจากยาเม็ดวิเศษจะมาจาก แต่จะมาจากเซลล์ที่เรียกว่า MSC หรือ Mesenchymal stem cells และนี้จะเปลี่ยนแปลงการแพทยืที่เราเคยรู้จัก นายแพทย์​ Bernie Siegel ศัลยแพทย์ผ่าตัดได้เคยกล่าวไว้ว่า ในฐานะแพทย์ผ่าตัด ผมผ่าตัดร่างกายและพึ่งพาการหายของแผลนั้นในการรักษา ผมไม่ได้จำเป็นต้องตะโกนบอกแผลนั้นให้มันหาย มันจะหายของมันเอง

นายแพทย์ท่านนี้เข้าใจว่าระบบการฟื้นฟูของร่างกายนั้นอยู่ในร่างกายของเราเอง แต่สิ่งที่เค้าไม่รู้ ณ​เวลานั้นคือ การฟื้นฟูนั้นมากจาก MSC mesenchymal stem cells ที่กระตุ้นและควบคุมการฟื้นฟูของร่างกาย


นี่คือสาเหตุที่ว่าในรูปนี้ คุณจะเห็น MSC เกาะอยู่ที่ผนังเส้นเลือด

สาเหตุที่แพทย์ผ่าตัดไม่ต้องตะโกนใส่แผลให้แผลหาย เพราะเจ้า MSC เหล่านี้ เป็นผู้ตะโกน ส่งสัญญาณให้แผลที่เกิดขึ้นนั้น ฟื้นฟูหายได้เอง


MSC ไม่ได้ตะโกนบอกแผลให้หายด้วยภาษาทั่วไป MSC ใช้ภาษาเฉพาะทางเคมี เพื่อให้แผลเกิดการซ่อมแซม ซึ่งภาษานั้นเรียกว่า Sinaling chemical compound ที่ทำให้เซลล์อื่นๆ นั้นซ่อมแซมตนเอง


เมื่อเกิดการบาดเจ็บ MSC ที่เกาะอยู่ตามเส้นเลือดนั้นจะไปตามบริเวณที่มีการบาดเจ็บและสื่อสารกับเซลล์บริเวณที่มีการบาดเจ็บให้เริ่มกระบวนการซ่อมแซมตนเอง


นี่คือเหตุผลที่ว่า นายแพทย์ Andelson แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านสเต็มเซลล์ เรียกสเต็มเซลล์ว่า ร้านขายยาเพื่อการซ่อมแซมของร่างกาย ตัวอวย่างเช่น เมื่อเกิดการบาดเจ็บที่เข่าสเต็มเซลลืก็จะไปซ่อมเข่า เมื่อเกิดการบาดเจ็บที่ปอด สเต็มเซลล์ก็จะไปซ่อมที่ปอด


แล้วร้านขายยาเพื่อการซ่อมแซมโดยสเต็มเซลล์นี้ ตั้งอยู่ที่ส่วนไหน ของร่างกาย

และนี่คือสไลด์ แสดง stem cells niche หรือที่เก็บของสเต็มเซลล์ในร่างกาย

ร้านขายยาในการซ่อมแซมร่างกายนั้นอยู่ทั่วไปในร่างกาย

แท้จริงมันคือระบบในการซ่อมแซมเสียมากกว่า เปรียบเสมือน วงออเคสตร้า ที่มี MSC เป็นไวทยากร คุมวง ให้หารซ่อมแซมการบาดเจ็บของร่างกายที่ประกอบด้วยเซลล์ต่างๆ ทำหน้าที่ร่วมกันเป็นไปอย่างสมบูรณ์​


ในวงออเคสตร้านี้ แถวหน้าคือ สเต็มเซลล์ชนิดเฉพาะเจาะจงกับแต่ละอวัยวะ ตัวอย่างเช่น สเต็มเซลลืเฉพาะสำหรับกระดูกจากไขกระดูก สเต็มเซลล์ของหัวใจที่สร้างเฉพาะเซลล์สำหรับหัวใจ ในทุกอวัยวะวะของร่างกายมีสเต็มเซลล์ชนิดนี้อยู่


แถวกลางของวง คือเม็ดเลือดต่างๆ ทั้งเม็ดเลือดแดงและเม็ดเลือดขาว เม็ดเลือดเหล่านี้ มีสารเพื่อการซ่อมแซมต่างๆ อยู่ภายใน


สุดท้ายคือ สเต็มเซลล์ที่เกาะอยู่ตามเส้นเลือด อย่างที่ได้กล่าวไว้แล้ว เปรียบได้กับนักดนตรีที่ให้จังหวะ เมื่อเกิดการบาดเจ็บขึ้นสเต็มเซลล์ที่หลอดเลือดนี้จะเข้ามาคุมจังกวะของวง เรียกองค์ประกอบในการซ่อมแซมต่างๆ เข้ามาทำงานร่วมกัน


การทำงานของสเต็มเซลล์นั้นสำคัญมาก หากคุณไม่มีสเต็มเซลล์คุณจะมีชีวิตต่อได้เพียงชั่วโมงเดียว

ที่ดียิ่งไปกว่านั้น คือ การทำงานของสเต็มเซลล์สามารถรักษาฟื้นฟูร่างกายจากโรคต่างๆได้

ขอให้ผมได้เล่าเรื่องของ Jimให้คุณฟัง


จิม กำลังจะต้องผ่าตัดเปลี่ยนสะโพกซ้าย เพราะเค้ามีอาการปวด และไม่สามารถเดินได้อย่างปกติ เค้าไม่สามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ ก่อนหน้านี้เค้าได้ผ่าตัดเปลี่ยนสะโพกไปแล้วข้างหนึ่งแต่เกิดปัญหาขึ้นคือมีการติดเชื้อหลังการผ่าตัดตามมา จึงต้องใช้เวลาในการรักษาผลข้างเคียงจากการติดเชื้อนั้นเป็นเวลาถึงสามเดือน


เมื่อผมแนะนำเค้าถึงโอกาสในการรักษาด้วยสเต็มเซลล์​ เค้ารู้สึกสนใจจ แต่ก็รู้สึกระแวงด้วย เพราะว่า คุณหมอผ่าตัดได้บอกเค้าว่า การผ่าตัดคือทางออกทางเดียวสำหรับเค้า


อย่างไรก็ดี เค้าก็ได้ตัดสินใจรักษาด้วยสเต็มเซลล์

ดังนั้นผมจึงฉีด MSC 8 ล้านเซลล์เข้าที่สะโพกของเค้า โดยใช้ Ultrasound Guide

กระบวนการทั้งหมดใช้เวลาไม่นาน และเจ็บเท่ากับการดูดเลือดมาตรวจ เวลาตรวจสุขภาพ

จากนั้นผมพันผ้าพันแผล และให้เค้าเดินทางกลับบ้าน และบอกเค้าว่า กว่าจะเห็นผล อาจจะใช้เวลา 3-4 เดือน


สามเดือนผ่านไปผมพบจิม เค้ารู้สึกไม่ดีนัก เพราะเขารู้สึกว่าอาการดีขึ้นเพรียง 25%


ผมบอกให้จิม อดทน ให้เวลากับการรักษานี้อีกสักหน่อย


ที่หกเดือน ผมพบจิมอีกครั้ง เค้าไม่มีอาการปวดสะโพกแล้ว


สะโพกข้างขวาและซ้ายของเค้าทำงานได้เท่าๆ กัน เค้าสามารถพาสุนัขของเค้าออกไปเดินเล่นได้อีกครั้ง


สิ่งที่เกิดขึ้นภายในสะโพกของ จิม เมื่อเราฉีดสเต็มเซลล์เข้าไปคือ

สเต็มเซลล์ที่ฉีดเข้าไป นั้นส่งสัญญาณให้กับสเต็มเซลล์กระดูกบริเวณสะโพก ที่มีอยู่แล้ว


ในความเป็นจริง เรามีสเต็มเซลล์อยู่ที่บริเวณสะโพกตลอดอยู่แล้ว แต่เมื่อเราแก่ขึ้น สเต็มเซลล์เหล่านี้ ไม่ทำงานแข็งขันอย่างที่ควร


เมื่อเราฉีด MSC เพิ่มเข้าไป MSC เข้าไปกระตุ้นสเต็มเซลล์เดิมเหล่านี้ให้ตื่นขึ้น


และเริ่มการสร้างและซ่อมแซมกระดูกอีกครั้ง

ที่ทำให้เกิดการซ่อมแซมสะโพกนั้น


สเต็มเซลล์ไม่ได้ทำงานดีเฉพาะการชะลอความชรา หรือแก้ไขอาการปวดข้อ

สเต็มเซลล์ทำงานได้ดีในทุกปัญหา เช่น การอักเสบ ความเสื่อมจากการใช้งาน ระบบภูมิคุ้มกันผิดปกติ

นี่คือรายชื่อ การรักษาที่ด้อกเตอร์นีลวิจัยในปานามา และได้ผลดี

ตั้งแต่ ออทิสติก ไปจนถึง หอยบหืด

ข้อเสื่อม กระดูกสันหลังได้รับการบาดเจ็บ


MSC มีความสามารถในการปลุกระบบการซ่อมแซมในร่างกายของเรา


ผมอยากจะเล่าให้ฟังเกี่ยวกับสเต็มเซลล์ช่วยผู้ป่วยจากโรคเบาหวานได้อย่างไร งานวิจัยโดยแพทย์ในเชค พบว่า ท่านได้ศึกษาในผู้ป่วย แผลเรื้อรังจากโรคขาขาดเลือด(มีการไหลเวียนของเลือดน้อยที่ขา)จำนวน 96 คน

โดยท่านแบ่ง ผู่ป่วยออกเป็น 2 กลุ่ม

คนไข้เหล่านี้เสี่ยงต่อการตัดขาด้วยเบาหวาน เพราะโรคสามารถทำลายลึกลงไปได้ถึงกระดูก

คนไข้ในกลุ่มแรกได้รับการฉีดสเต็มเซลล์จากไขกระดูกของผู้ป่วยเอง โดยฉีดเข้าที่บริเวณแผลเรื้อรัง

และในคนไข้กลุ่มที่ ได้รับสเต็มเซลล์นี้ที่ 3 เดือนหลังการรักษา 79% ของผู้ป่วย แผลเรื้อรังหาย 100%

โชคร้ายที่ 21% ที่เหลือ จบลงด้วยการตัดขา

อย่างไรก็ดีในกลุ่ม ที่ 2 ที่ไม่ได้รับการรักษาด้วยสเต็มเซลล์ 44% จบลงด้วยการตัดขา

การทดลองนี้แสดงให้เห็นว่า จำนวนผู้ป่วยที่จำเป็นต้องตัดขา ลดลงถึงครึ่งหนึ่งภายหลังการรักษาด้วยสเต็มเซลล์เพียงครั้งเดียว

ด้วยการรักษาสเต็มเซลล์ที่ใช้เวลาเพียงหนึ่งชั่วโมงถึงหนึ่งชั่วโมงครึ่ง

จากรูป 90 วันหลังการรักษาด้วยสเต็มเซลล์แผลขนาดใหญ่ได้ซ่อมแซมปิดลงจนสมบูรณ์​

ภาพต่อไปคือ ภาพถ่ายของเส้นเลือดขาที่ไปเลี้ยงเท้า

ก่อนและหลังการรักษาด้วยสเต็มเซลล์​ก่อนการรักษษมีเส้นเลือดน้อยมาก นำเลือดไปเลี้ยงจากต้นขาสู่ปลายเท้า

ที่ 90 วันหลังการรักษาด้วยสเต็มเซลล์ เส้นเลือด มีปริมาณมาก เหมือนทางด่วนหลายสาย มุ่งนำเลือดไปเลี้ยงปลายเท้า

จำไว้ว่า MSC ไม่เพียงแต่ฟื้นฟู ยังสามารถสร้างเส้นเลือดเพิ่ม

เส้นเลือดยิ่งมาก ยิ่งนำ MSC จากร่างกายมามาก การหายของแผลยิ่งเป็นไปได้ดีขึ้น


ผมอยากจะจบการบรรยายนี้ด้วยคำพูดจากคุณหมอฮีโร่ของผมที่ผมนับถือ DR.Norman

" หน้าที่ของแพทย์ มีมากไปกว่า การรักษาด้วยใบสั่งยา คือการส่งเสริมให้ร่างกายของคนไข้ รักษาตนเอง "


ซึ่งการรักษาเหล่านี้ ไม่ใช่เพียงแต่การรักษาด้วยสเต็มเซลล์

การออกกำลังกาย

การรับประทานอาหารที่มีคุณค่าทางอาหาร

การผ่อนคลายความเครียด


และคงไม่มี บริษัทยายักษ์ใหญ่ หรือบริษัทขายอุปกรณ์ทางการแพทย์เจ้าใหญ่ มาบอกกล่าวคุณเกี่ยวกับเรื่องของสเต็มเซลล์นี้ เพราะการรักษาด้วยสเต็มเซลล์จะทำให้ธุรกิจของพวกเค้าหยุดชะงัก


การรักษาด้วยสเต็มเซลล์จะแย่งส่วนแบ่งลูกค้าในตลาดของเค้า

ดังนั้น จะไม่มีโฆษณา เกี่ยวกับสเต็มเซลล์อย่างสวยงามทางทีวี หรือ ไม่มีใบปลิวที่สวยงาม

เกี่ยวกับการรักษาที่วิเศษของสเต็มเซลล์


คนไข้ทุกคนที่เคยหัวใจวาย การฉีด MSC จะช่วยฟื้นฟูแผลเป็นที่กล้ามเนื้อหัวใจ

คนไข้ หลอดเลือดสมองสเต็มเซลล์จะช่วยฟื้นฟูเซลล์สมองจากการบาดเจ็บ

เด็กที่ป่วยด้วย ออทิสติก การรักษาด้วย MSC จะช่วยลดการอักเสบของเซลล์สมอง ให้ได้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

คนไข้โรคเกี่ยวกับระบบภูมิคุ้มกันเช่น เบาหวาน MS SLE

MSC จะช่วย ปรับระบบภูมิคุ้มกัน ช่วยลดการใช้ยาที่มีผลข้างเคียงอันตราย

มีคำพูดที่ว่า ใครที่ช่วยหนึ่งชีวิต เท่ากับช่วยทั้งโลก

กรุณาช่วยแชร์ข้อมูลนี้ให้กับคนที่คุณรัก

มาช่วยชีวิตคน หรือเพิ่มคุณภาพชีวิตให้เค้า

แม้เพียง 1 คนก็ช่วยให้ดลกของเราน่าอยู่ขึ้นได้









ที่มา

Aging and Stem Cells | Theodore Ho | TEDxMiddlebury

Dr. Theodore Ho

Theodore Ho's research is focused on the biology of aging . His research has uncovered previously unknown mechanisms for aging in stem cells, and during his undergraduate years, he developed a nanoparticle drug delivery system.


วันนี้ผมจะขอพูดถึงงานที่ผมทำสักหน่อย

เมื่อมีคนพูดถึง ความแก่ชรา หลายคนคงนึงถึง คุณปู่คุณย่า ริ้วรอย ผมหงอก

ความแก่ชรา เป็นสิ่งที่รู้จักกันดี ขนาดที่ว่า พอเราเห็นผู้สูงอายุ เราก็พอจะเดาได้ ว่าท่านอายุเท่าไหร่แล้ว

เราทุกคนจะต้องแก่ชรา เป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้

เช่นเดียวกับที่หลานอายุ 4 ขวบของผม สงสัยว่า

ทำไมเราต้องแก่ด้วย ? และ เราไม่จำเป็นต้องแก่ชรา ได้ไหม ?

นี่คือคำถามที่ดี


น่าเศร้าที่ความแก่ชรา ไม่ได้มีแต่เรื่องของริ้วรอย

ความแก่ชรา นำมาซึ่งโรคภัยและความเสื่อมต่างๆเช่น ความจำถดถอยที่เริ่มตั้งแต่อายุ ยี่สิบปลายๆ

สำหรับคนหนุ่มสาว ผมขอแนะนำว่าให้เอนจอย ความหนุ่มสาวของคุณ เพราะหนทางข้างหน้ามีแต่ความเสื่อมถอย ความแก่ชรานั้นเป็นสาเหตุของโรคต่างๆ มากมาย เช่น โรคหัวใจ โรคเบาหวาน โรคมะเร็ง


ในขณะที่เรายอมรับว่าความแก่ชรา เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ แต่เรากลับ ปฏิเสธไม่ยอมรับโรคต่างๆที่เป็นผลตามมาของความแก่ชราเช่น อัลไซเมอร์​เราพยายามที่จะต่อสู้ก้ับโรคเหล่านี้ ด้วยทุกสิ่งที่เรามี ทั้งๆที่โรคต่างๆเหล่านี้คืออาการหนึ่งของความแก่ชรา


ทำไมมนุษย์และสัตว์ต่างๆ จึงแก่ช้าเร็วแตกต่างกัน บางคนอายุ 50 บางคนอายุยืนถึงร้อยปี สัตว์เช่นหอยกาบ มีอายุยาวนานถึงหลายร้อยปี ทำไมสัตย์ที่มีพันธุกรรมคล้ายคลึงกันกับมีอายุยืนแตกต่างกันหลายเท่าตัว ดังนั้น เป้าหมายของงานวิจัยเกี่ยวกับความแก่ชราจึงไม่ใช่เพื่อการอยู่เป็นอมตะ แต่เป็นไปเพื่อให้เรามีชีวิตที่มีสุขภาพดี อย่างยืนยาวมากขึ้น


มนุษย์พยายามมองหา น้ำพุ แห่งความหนุ่มสาว มาอย่างยาวนาน

ถึงแม้ว่าเราจะยังไม่ค้นพบ น้ำพุแห่งความหนุ่มสาวนั้น นักวิทยาศาสตร์​ก็ได้คนพบวิธีในการยืดอายุของสิ่งมีชีวิต ในแมลงวัน หนอน หนู​ โดยการเปลี่ยนแปลงรหัสพันธุกรรม หรือโดยการจำกัดแคลลอรี่ในอาหารที่รับประทาน หรือแม้แต่ยาที่ช่วยทำให้ความแก่ชราดำเนินไปอย่างช้าขึ้น เหล่านี้เป็นความหวังขอมนุษยชาติ


คำถามที่สำคัญคือทำไมเราถึงแก่ชรา

มีทฤษฎีมากมาย พยายามอธิบาย ความแก่ชรานี้ บางทฤษฎี ดูมีเหตผล บางทฤษฎีอาจจะไม่ แต่ที่เหมือนกันอย่างหนึ่งคือ ในทุกทฤษฎียังไม่สามารถตอบคำถามที่เราถามได้ทั้งหมด


อย่างไรก็ตาม ในกระบวนการแก่ชรา สิ่งหนึ่งที่มีความสำคัญมากคือ สเต็มเซลล์

สเต็มเซลล์คืออะไร ?

ฮีมาโตโพอีติกสเต็มเซลล์คือสเต็มเซลล์ที่ได้มาจากเลือด

สเต็มเซลล์นี้สามารถเพิ่มจำนวนตนเอง จากหนึ่งเป็นสองและเป็นจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งเซลล์ชนิดอื่นไม่สามารถทำได้


และสามารถเปลี่ยนแปลงไปเป็นเซลล์ชนิดต่างๆ

ฮีมาโตโพอีติกสเต็มเซลล์นี้คือสเต็มเซลลืที่แพทย์ปลูกถ่ายให้กับผู้ป่วย


น่าเสียดายที่สเต็มเซลล์ส่วนมากของร่างกาย จะสูญเสียความสามารถในการซ่อมแซม ไปตามอายุ

และนี่คือสาเหตุของโรคในระบบเลือดต่างๆ


แล้วอะไร คือตัวควบคุมความแก่ชราของสเต็มเซลล์​ ?

สิ่งหนึ่งที่ผมพบจากงานวิจัยคือกระบวนการ Autophagy

ซึ่งคือกระบวนการ recycle ของเซลล์เพื่อเป็นแหล่งกำเนิดพลังงานใหม่

กระบวนการ autophagy นี้เกี่ยวข้องในสัตว์ทดลองหลายชนิดเกี่ยวกับ ความยืนยาวของอายุ


เราจึงทำการทดลองโดยการกำจัดยีนที่มีหน้าที่ในการทำให้เกิดกระบวนการ autophagy ของเซลล์พบว่า หนูที่เสียกระบวนการ autophagy มีการแก่ชราไวขึ้น เช่นเดียวกับหนูที่มีความเสื่อมของสเต็มเซลล์​


คำถามต่อมาคือ กระบวนการ Autophagy นี้ส่งผลต่อ การแก่ก่อนวัยของสเต็มเซลล์ได้อย่างไร ?

เราจึงนำเซลล์เหล่านี้มาส่องดูใต้กล่องอิเล็กตรอนไมโครสโคปที่มีกำลังขยายสูงมาก

พบว่า เซล์ที่ไม่มีกระบวนการ Autophagy จะมีการสะสมของ Mitochrondria ซึ่งเปรียบได้กับโรงงานไฟฟ้าของร่างกาย เกิดเป็นปรากฎการที่เทียบได้กับเซลลืมีการทำงานตลอดเวลาโดยไม่มีการพักเครื่อง


จากการทดลองสรุปได้ว่า สเต็มเซลล์ที่มีกระบวนการ autophagy สูงจะแก่ช้ากว่า


เราทำการทดลองเดียวกันนี้กับสเต็มเซลล์ชนิดอื่นๆ ได้ผลออกมาในแนวทางเดียวกัน


คำถามที่สำคัญต่อมาคือ ทำอย่างไร ให้สเต็มเซลล์ของเราที่แก่ชรา กลับมา Autophagy เพิ่มขึ้น เป็นหนุ่มสาว จึงมีการทดลองวิธีการชะลอความชราของสเต็มเซลล์โดยหลายวิธีเช่น

  • ยา Ripamycin

  • การออกกำลังกาย

  • การอดอาหาร

  • intermittent fasting

และวัดผลว่าวิธีใดทำให้สเต็มเซลล์มีความเป็นหนุ่มสาวมากขึ้น

อีกวิธีหนึ่งที่มีการทดลองคือ parabiosis

คือการผ่าตัด เชื่อมระบบหมุนเวียนเลือดของหนู หนุ่มและหนูแก่เข้าด้วยกัน

พบว่าหนูที่แก่กว่ามีความเยาว์วัยมากขึ้นวัดผลจากค่าต่างๆ เช่น ความจำ ขนาดกล้ามเนื้อ

ทำให้เราทราบว่าในเลือดนั้นน่าจะมีสารที่ทำให้เกิดความหนุ่มสาวอยู่


สุดท้ายนี้เพื่อนหลายคนถามผมว่า สุดท้ายแล้ว จะทำอย่างไร เพื่อชะลอความชรา

ถึงแม่ว่าเราจะไม่สามารถรู้คำตอบทั้งหมด

แต่เท่าที่เรารู้คือ

  • การออกกำลังกาย ดีต่อสมอง ดีต่อร่างกายทุกระบบ

  • รับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้


และสุดท้าย เพราะเรายังไม่มียาวิเศษรักษาความแก่ชรา

ชีวิตอาจจะสั้นกว่าที่คิด เราอาจถูกรถชนสียชีวิตวันไหนก็ไม่ทราบ

เพราะฉะนั้นจงเอนจอยความหนุ่มสาวที่มี ณ ​ปัจจุบัน












33 views0 comments

Subscribe to be notified of new posts.

or

Become a free member to use the forums to ask for free advice.

  • Whatsapp
  • Facebook
  • Instagram
  • YouTube
  • Pinterest Social Icon
  • Twitter
  • Line

Revival Clinic Bangkok

099 232 3566

©2019 by Revival Clinic bangkok. Proudly created with Wix.com