Subscribe to be notified of new posts.

or

Become a free member to use the forums to ask for free advice.

ยาแก้แพ้

picture : Tired of Allergy by Ste Elmore on Flickr.com


ยาแก้แพ้

ยาแก้แพ้ รับประทานต่อเนื่องได้ไหม มีผลข้างเคียงอย่างไรบ้าง มาดูกันค่ะ


ยาแก้แพ้ ทำงานอย่างไร ?

เมื่อเราเจอสารที่ก่อให้เกิดอาการแพ้ ร่างกายจะหลั่งสารชนิดหนึ่งชื่อ histamine

สารนี้จะทำให้เกิดอาการแพ้ เช่น น้ำมูกไหล ผื่นบวมแดงคัน

ยาแก้แพ้ ทำหน้าที่ยับยั้งสาร histamine นี้

เราจึงเรียก ยาแก้แพ้ ว่ายา antihistamine หรือ ยาต้านฮีสตามีน

ใช้เพื่อช่วยบรรเทาอาการต่างๆที่เกิดจากการแพ้ เช่น อาการคัน

ตัวอย่างโรคที่รักษาด้วยยาแก้แพ้เช่น โรคลมพิษ 

ตัวอย่างยาแก้แพ้ ที่มีขายอยู่ในท้องตลาด

ยาแก้แพ้ จะแบ่งออกคร่าวๆ ได้เป็นสองกลุ่มคือกลุ่มที่มีผลข้างเคียงทำให้ง่วง และกลุ่มที่ไม่มีผลข้างเคียงเรื่องง่วง กินแล้วไม่มีอาการง่วง

ข้อดีของกลุ่มนี่ทำให้ง่วงคือเมื่อง่วงแล้วจะช่วยให้รู้สึกว่าอาการคันบรรเทาลงมากขึ้น และมีราคาถูกกว่า

แต่ข้อเสียคือ เมื่อง่วง จะต้องห้ามในการทำิจกรรมต่างๆ เช่น ขับรถ ควบคุมเครื่องจักรเพราะจะเกิดอันตรายได้

ยาที่ทำให้เกิดอาการง่วง

  1. chlorpheniramine หรือที่เรียกกันสั้นๆว่า CPM click เพื่อดูภาพ  1 เม็ด มีขนาด 4 มิลลิกรัม รับประทานหลังอาหารครั้งละหนึ่งเม็ด เช่น หลังอาหารเช้าหนึ่งเม็ด หรือ หลังอาหารเช้าเย็นครั้งละหนึ่งเม็ด มีผลข้างเคียงคือง่วงซึม ปากแห้ง ท้องผูก คนท้องสามารถใช้ยานี้ได้ 

  1. Hydroxyzine [Atarax ] click เพื่อดูภาพ 1 มีขนาด 25 มิลลิกรัม รับประทาน หนึ่งเม็ดเช้าหลังอาหาร หรือจะทานหนึ่งเม็ดก่อนนอนก็ได้ ผลข้างเคียงคือ มีผลข้างเคียงคือง่วงซึม ปากแห้ง ท้องผูก

  1. Cetirizine [Zyrtec] click เพื่อดูภาพ ขนาด 10 มิลลิกรัม รับประทานหนึ่งเม็ดหลังอาหารเช้า มีผลข้างเคียงเป็นอาการง่วงนอนบ้างแต่น้อยกว่าสองตัวข้างต้น

ยากลุ่มที่ไม่ทำให้เกิดอาการง่วง

  1. Loratadine [claritin]click เพื่อดูภาพ 1 เม็ดขนาด 10 มิลลิกรัม รับประทานวันละหนึ่งเม็ดหลังอาหารเช้า ไม่มีผลข้างเคียงเรื่องง่วงนอน ปากแห้ง 

  1. Fexofenadine [Telfast ] click เพื่อดูภาพ 1 เม็ดมี 180 มิลลิกรัม รับประทานวันละหนึ่งเม็ดหลังอาหารเช้า ไม่มีผลข้างเคียงเรื่องง่วงนอน ปากแห้ง

ปริมาณยาสามารถปรับได้ตามอาการแต่ควรอยู่ในการแนะนำของแพทย์และเภสัชกร

รับประทานยานานแค่ไหน ?

รับประทานไปจนอาการดีขึ้น จากนั้นจึงรับประทานต่อไปอีกประมาณหนึ่งสัปดาห์ถึงสิบวันแม้ไม่มีอาการ

เพื่อป้องกันอาการกำเริบ โดยส่วนมากมักไม่เกินสามสัปดาห์

บรรณานุกรม

  1. ปรียากุลละวณิชย์,ประวิตร พิศาลยบุตร .Dermatology 2020:ชื่อบท.พิมพ์ครั้งที่1.กรุงเทพฯ:โฮลิสติก,2555

Subscribe to be notified of new posts.

or

Become a free member to use the forums to ask for free advice.

  • Whatsapp
  • Facebook
  • Instagram
  • YouTube
  • Pinterest Social Icon
  • Twitter
  • Line

Revival Clinic Bangkok

099 232 3566

©2019 by Revival Clinic bangkok. Proudly created with Wix.com